เดิมผมอยู่อำเภอเมือง เพชรบุรี ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่บ้านห้วยทรายเมื่อปี พ.ศ. 2514 มาซื้อที่ทำไร่ สมัยนั้นต้องไม่ลืมว่าเป็นป่า เป็นป่าใหญ่ เรียกว่าผู้คนยังไม่มี เรามาบุกเบิก มีพวกที่เขามาก่อนประมาณ  10 กว่าครอบครัว ถามพวกเพื่อนที่มาก่อนว่า "ได้ทำกิจกรรมละหมาดวันศุกร์บ้างหรือเปล่า"
 
"ไม่ได้ทำกันเลย 3 ปีแล้ว" คือคำตอบที่ได้รับ ผมก็บอกว่า "ต้องทำนะ"  พวกเพื่อนบ้านเลยถามว่า "จะเอาที่ตรงไหนทำมัสยิดล่ะ"
 
"เอาที่ของข้านี่แหละ" ผมมอบที่ให้ 2 ไร่ เป็นสุสานที่ฝังกลบ 1ไร่ เป็นมัสยิด 1 ไร่ "เริ่มทำมัสยิดตอนนั้นยังหนุ่มก็มีกำลังแข็งแรง ก็สร้าง เรี่ยไรเงินกันสร้างมัสยิด"
ทางจุฬาราชมนตรี ก็มีหนังสือมาว่าให้จดทะเบียนซะ เราจดไม่ได้ เพราะเราสร้างตรงนี้ เราซื้อที่ไม่มีหลักฐาน โฉนดอะไรก็ไม่มี หลักฐานที่ดินไม่มี  ก็จดทะเบียนไม่ได้
 
ก็เลยไปหาคุณดนัยหัวหน้าทรัพย์สิน คุณดนัยบอกว่า "ลุงมันไม่ได้หรอก เป็นที่อภัยทานสัตว์ของรัชกาลที่ 6  เขา ถ้าลุงจะเอาให้ได้ ลุงก็ไปเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ขอเอาสิ"
 
อยู่มาวันหนึ่งพระเจ้าแผ่นดินก็เสด็จมาที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก ผมก็ชวนอิหม่ามไปเป็นเพื่อน จะไปเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ก็ไป เมื่อได้เข้าเฝ้าก็บอกว่า "ขอเชิญท่านมาที่มัสยิดหน่อย" ท่านบอกว่า "อีก 3 วันนะตอนนี้มันบ่ายแล้ว"
อีก 3 วันท่านมาปล่อยปลาที่เขื่อน ท่านก็มา ท่านมา มากับพระราชินี ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรเหมาะสมให้ท่านประทับ ก็เลยเอาธรรมาสน์ให้ท่านประทับ
 
พระราชินีก็มีเก้าอี้อยู่ตัวหนึ่งก็เอามาตั้งตรงข้างๆ ให้พระราชินีประทับ ท่านก็งงว่า "ลุงซบเชิญมาเพื่ออะไรหรือ"
 
ผมตอบว่า "ข้าพเจ้าสร้างมัสยิดแห่งนี้ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าเป็นที่ทรัพย์สิน ฉะนั้นทางจุฬาราชมนตรีจดหมายมาให้ไปจดทะเบียนมัสยิด จึงไม่สามารถไปทำได้ ข้าพเจ้าจึงเชิญท่านมาเพื่อขอที่ตรงนี้ให้เป็นมัสยิดได้ แล้วขอหลักฐานด้วย"
 
ท่านก็เรียก ดร สุเมธเข้ามา "จงทำที่ผืนนี้ให้มีหลักฐาน ให้จดทะเบียนมัสยิดให้ได้" รับสั่งกับดร สุเมธ
ในคราวนั้นท่านหันมาถามผมว่า "ที่ตรงนี้ใครครอบครอง"  ผมก็ตอบว่า "ข้าพเจ้าครอบครอง" ท่านถามว่าแล้วทำไว้เท่าไร ผมตอบตอบว่า 2 ไร่ เป็นมัสยิด 1 ไร่ และเป็นสุสานที่ฝัง 1 ไร่
 
ท่านก็บอกว่า "เอาอย่างนี้นะฉันให้อีก  5 ไร่ เป็นที่ 7 ไร่"
 
ผมก็ร้องไห้เลย ด้วยความดีใจ ร้องไห้เลย... ด้วยความดีใจ...
 
มัสยิดจดทะเบียนได้ แล้วยังได้รับพระราชทานที่อีกด้วย
 
 
อยู่มามัสยิดของเรามันคับแคบ คนอพยพกันมาเรื่อย จึงได้มีการสร้างมัสยิดใหม่ขึ้นมาทดแทนมัสยิดเดิมที่คับแคบ พระเจ้าแผ่นดินท่านได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมในการก่อสร้างมัสยิดแห่งใหม่ด้วย
 
ทุกๆชุมชนมุสลิมชื่นชมว่ามัสยิดเราเป็น"มัสยิดของพระเจ้าแผ่นดิน" ท่านได้ให้ไว้แก่เรา
 
ท่านมีความกรุณากับพวกผมมาก พระคุณของท่านมากเหลือเกิน ท่านให้ที่ดินทำกิน ให้บ้าน ท่านให้ทุกๆอย่าง ให้สารพัด ไม่ใช่ให้ผมคนเดียว ให้กับทุกคนในชุมชนเรานี่แหละ
 
ขอให้พระองค์ท่านอายุยืนนาน ให้พ้นจากโรคาพยาธิ ให้ท่านอยู่สุขเป็นมิ่งขวัญของประชาชนคนไทยเราทั้งประเทศ
ซบ นาคอนุเคราะห์
17 หมู่ 8 ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
Reply  |  Forward |  Opt-in
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
His Majesty the King of Thailand, a symbol for peace and international understanding. Write a story or article to honor His Majesty's lifetime achievements in your own words HERE!

2006 mylifewithhismajestytheking.com All rights reserved.