เริ่มแรกผมได้มาเข้าเรียนที่โรงเรียนพระดาบส เมื่อปี พ.ศ. 2542 พอเรียนจบอาจารย์เห็นว่าเรานิสัยดี ขยันเรียน ทางโรงเรียนจึงให้ทุนเรียนต่อเป็นทุนจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตอนนี้เรียนปริญญาตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร แล้วผมก็กลับเข้ามาช่วยงานที่นี่ด้วย มาเป็นรักษาการหัวหน้าแผนกช่างไฟฟ้า งานหลักคือ การสอนนักเรียนแผนกไฟฟ้าและงานซ่อมแซมบำรุงไฟฟ้าตามอาคารต่างๆ ของโรงเรียน
ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดมาก่อน ช่วงนั้นฐานะการเงินก็ไม่ค่อยดี ผมอยากเรียนช่าง พอจบม. 3 เราก็ได้เข้ามาเรียน แต่ก่อนผมเป็นคนเกเร มีแต่คนพูดว่าผมโตขึ้นมาก็เป็นนักเลงอยู่แถวนี้แหละ แต่ทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปหมดจากหน้ามือเป็นหลังมือ คือเราได้มาเป็นอาจารย์ที่นี่ พอกลับบ้านมีแต่คนแถวบ้านงง คนที่บ้านก็งง ว่าเราทำได้ขนาดนี้เลยหรือ
ตอนเราเข้ารับใบประกาศรู้สึกตื่นเต้นมาก ทำตัวไม่ถูก คิดว่านี่เราเรียนจบแล้วได้รับใบประกาศจากสมเด็จพระเทพฯ เลยหรือ เราทำมาถึงจุดนี้ได้ยังไง พ่อแม่และย่าของผมก็ภูมิใจ ผมสำนึกว่าพระเจ้าอยู่หัวให้ทุนเราเรียน ผมเกิดมาได้จากโรงเรียนพระดาบส ผมก็ต้องกลับมาช่วยที่นี่ พอดีที่นี่อยากให้มาช่วย ตอนแรกเข้ามาเป็นรุ่นพี่ก่อน 2 ปี ที่ผ่านมาทางมูลนิธิส่งเราไปฝึกอบรมและเรียนรู้งานต่างๆ เพื่อกลับเข้ามาสอน แล้วเราไปเรียนข้างนอกได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้สอนลูกศิษย์เราต่อ การเรียนการสอนที่นี่ สอนให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง สมัยก่อนการเรียนยังไม่เป็นระบบ ดาบสอาสาไม่ได้มาสอนประจำ อาจารย์บางท่านทำงานอยู่การไฟฟ้ามาสอนตั้งแต่ตีห้า เราก็เริ่มเรียนเวลานั้นเลย พอเจ็ดโมงอาจารย์ก็ขับรถไปทำงาน ถ้าอาจารย์ไม่มาสอนเราก็เรียนรู้เอง ไม่เข้าใจตรงไหนค่อยไปถามอาจารย์ ที่นี่สอนเรื่องจริยธรรม ความกตัญญู และการรู้คุณ เราจบที่นี่ไม่ใช่จะได้ความรู้อย่างเดียว ความคิดจริยธรรมมันติดตัวเราไปด้วยโดยที่เราไม่รู้ตัว เราคุ้นเคยกับแนวคิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ ที่อื่นเขาจะมองว่าเด็กที่นี่จบมาแล้วมีคุณภาพ เป็นเด็กขยัน ตรงต่อเวลาและหน้าที่ ไม่เคยทิ้งงาน
พอเรียนจบ เด็กนักเรียนจะได้รับใบประกาศจากสมเด็จพระเทพฯ พ่อแม่ของเขาก็ร้องไห้ซาบซึ้ง แล้วเขาได้งานทำดีๆ จากชีวิตของพวกเขาที่เคยเกเรมาก่อน แล้วมาได้ดี เด็กบางคนจบป. 6 อายุแค่สิบเก้ายี่สิบปี เรียนจบจากโรงเรียนพระดาบสแล้วได้เงินเดือนตั้งหมื่นแปด ในฐานะที่เป็นผู้ช่วยดาบสอาสา ผมภูมิใจมากเลย
ผมรู้สึกว่าในหลวงท่านเหนื่อยตั้งแต่ท่านได้เป็นในหลวงแล้ว ท่านเหนื่อยทุกวัน ผมคิดว่าทำยังไงที่จะแบ่งเบาความเหนื่อยของท่านได้บ้าง แล้วผมก็ได้มาทำงานนี้ ซึ่งท่านมุ่งเน้นว่ามีเด็กในประเทศไทยด้อยโอกาสเยอะ เราจะทำอย่างไรให้เขาช่วยเหลือตัวเองและเลี้ยงครอบครัวได้ ท่านจึงตั้งมูลนิธิพระดาบสขึ้น ผมพยายามช่วยเด็ก สอนเขาทุกอย่าง บางครั้งเด็กไม่เชื่อ ผมก็ต้องพูดถึงในหลวงว่าท่านเหนื่อยกว่าประชาชนของท่าน ท่านมีความพยายามอยากให้ประชาชนสบายได้มีงานมีเงินใช้
ถ้ามีโอกาส ผมจะช่วยเหลือคนด้อยโอกาส ช่วยชาวบ้านที่น้ำท่วม อย่างซึนามิ ผมกับมูลนิธิพระดาบส ออกหน่วยช่วยซ่อมไฟฟ้า ช่วยเดินสายไฟในบ้านที่หน่วยทหารสร้างไว้ให้ชาวบ้าน ในใจลึกๆ ผมปลื้ม เรามีความภูมิใจอย่างหนึ่งว่า เราได้ถวายงานท่านแบบปิดทองหลังพระ ที่นี่ไม่มีคนรู้ว่าเราทำงานกันเหนื่อยจริงๆ อาจจะดูว่าสวยหรู เพราะมีงานประชาสัมพันธ์มูลนิธิเยอะ แต่บางทีวันอาทิตย์พวกเราก็ไม่ได้หยุด บางทีก็มีประชุม บางทีต้องสอบ ชีวิตส่วนตัวน้อยลง แต่เราก็ภูมิใจได้ช่วยเหลือนักเรียน เห็นเขามีความสุขเราก็มีความสุขด้วย
ผมอยากบอกพ่อหลวงว่า ไม่อยากให้พ่อเหนื่อยแล้ว พ่อเหนื่อยมาเยอะ
ลูกๆ จะแบ่งเบาความเหนื่อยของพ่อมาให้ลูกเหนื่อยบ้าง
|